![]() |
|
Spaces home ~ Deans4j -=--ProfileFriendsBlogMore ![]() | ![]() |
|
~ Deans4j -=--~ เ รื่ อ ง ไ ม่ เ ป็ น เ รื่ อ ง ที่ เ ป็ น เ รื่ อ ง ข อ ง กู ~
March 04 มีสักที ...Pantip.com เป็นเวบ community ระดับแนวหน้าของประเทศไทยที่ดำเนินธุรกิจมานานกว่า
10ปี ในที่สุดก็มีกะเค้าสักที February 12 ภาษาไทยเรื่องภาษาไทยยิ่งภาษาเขียนหรือภาษาพูดเนี้ยะ ผมว่ามันใช้ยากมาก แม้จะเขียนข่าวลง blognone มาก็หลายที เขียนโครงร่างวิทยานิพนธ์มาก็พอสมควร ก็ยังไม่พอใจกับการใช้ภาษาไทยของตัวเองอยู่ดี เชื่อหรือไม่ว่าผมนะ ชอบฟังเหลือเกินเวลาคนมีอายุ นักการเมือง หรือโฆษกหน่วยงานรัฐที่ไหนมีประกาศ ผมว่าเค้าใช้ภาษาไทยได้ถูกต้อง ฟังรู้เรื่อง โดยไม่ต้องใช้คำภาษาอังกฤษแทนเลยซักตัว ยิ่งถ้าคนไหนเลือกใช้คำได้ถูกต้องสมบูรณ์ร่ำรวยภาษาผมจะชอบฟังเป็นพิเศษ
ถ้าใครตื่นเช้าหน่อยหรือยังไม่นอน เปิดช่อง 3 ตอนตี 5 กว่าๆ รายการ "โลกยามเช้า" รายการย่อยข่าวโลกที่ดำเนินรายการโดย ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล (แนะนำว่าให้กดอ่าน) และคุณแคลร์ ปัจฉิมานนท์ แม้ข่าวที่นำเสนอแทบทั้งหมดนำมาจากสำนักข่าวต่างประเทศก็ตาม แต่พิธีกรและทีมงานเรียบเรียงก็ทำการบ้านมาอย่างดี ไม่มีการใช้ภาษาอังกฤษโดยไม่จำเป็นหลุดรอดออกมาได้อย่างน่าฟัง ยิ่งวันเสาร์ อาทิตย์ รายการ "โลกยามเช้าสุดสัปดาห์" สุดยอดมาก ดร. สมเกียรติ มักจะทำบทความข่าวตอนยาวมาเล่าสู่กันฟัง น้ำเสียง การเลือกใช้คำที่กระทัดรัดแต่ตรงประเด็นโดยไม่ต้องขยายความให้เยิ่นเย้อ ทำให้สิ่งที่นำเสนอหนักแน่น และน่าหลงไหลอย่างประหลาด เป็นหนึ่งในคนที่ใช้ภาษาไทยได้สวยงามอย่างมีเอกลักษณ์
การพูดให้ได้อย่างเค้า หรืออย่างน้อยสักครึ่งนึ่ง เป็นสิ่งที่ผมอยากจะทำให้ได้ บางคนก็ว่ามันเป็นศาสตร์ที่ฝึกฝนกันได้ บางคนก็ว่าสิ่งนี้มันเป็นพรสวรรค์ฝึกยังไงก็ได้ดีแค่ระดับหนึ่ง ไม่งั้นเราคงเห็น จอร์จ บุช พูดเก่งเท่า สตีฟ จอบส์ ไปแล้ว ; ) ผมไม่รู้นะเค้ามีสอนอบรมวิธีการพูดอย่างเป็นทางการแบบนี้ที่ไหนบ้าง แต่ถ้ามีและถ้าผมมีโอกาสละก็ ผมต้องหาเวลาไปลองเรียนดูหน่อยละ ...
ปิดท้ายด้วยโฆษณา ขำๆ ดีกว่า January 05 blog tagblog tag คือ blog ลูกโซ่สำหรับอธิบายเรื่องราวอะไรก็ได้ในมุมมองของเราเป็นข้อๆ ใน blog ของตัวเอง และส่งโซ่ต่อให้เพื่อนที่มี blog ที่ยังไม่ได้ทำลองทำบ้าง ...
หัวข้อในโซ่ที่ได้รับมาคราวนี้เกี่ยวกับเรื่องราวของตัวเอง 5 ข้อและส่งต่อให้เพื่อนอีก 5 คน ตัวอย่างคนที่ทำแล้ว mk, kengz, PaePae, iPats ... คนที่ส่งโซ่มาให้คือ plynoi ..
ว่าจะเขียนถึงตัวเองหลายครั้งแล้วเหมือนกัน จะพยายามไม่ให้ยาวมากละกัน ...
1. deans4j - dean เป็นชื่อสั้นๆ ที่เพื่อนเรียกผมแทนชื่อจริงที่อ่านยากมาก อันที่จริงชื่อเล่นผมมันมีเยอะ แล้วแต่กลุ่มแล้วแต่สมัยเรียก dean ภาษาอังกฤษแปลว่า ผู้มีประสบการณ์และโดดเด่นในกลุ่ม แปลง่ายๆ ว่าเป็นคนยศใหญ่กว่าชาวบ้าน ภาษาอาหรับแปลว่า หนทาง ภาษาไทย อาจเป็นญาติใกล้ๆ กับคำว่า ตีน
- ตัว s มาจากความชอบส่วนตัว เวลาเห็นชื่อหรือคำนามเอกพจน์อะไรต่อท้ายด้วย s แล้วมันมีเสน่หแปลกดีชอบกล
- 4 อ่านว่า for ส่วน j ตั้งใจให้ย่อมาจาก Java
- deans4j ชื่อนี้ตั้งขึ้นตอนจบป.ตรี deans4j แปลความโดยตรงว่า deans โหมด จาวา ในความหมายแฝงแปลว่า ผู้โชกโชนเหนือใครในจาวา
- คนชอบเขียนชื่อ deans4j ผิดโดยการลืมตัว s ประจำ!
2. ใครหลายคนมักคิดว่าผมมีพรสวรรค์เก่งเรื่องโปรแกรมมิ่งตั้งแต่เกิด แต่อันที่จริงกว่าจะมาได้ถึงขั้นนี้ผมใช้พรแสวงล้วนๆ ผมเริ่มรู้จักการโปรแกรมมิ่งครั้งแรก ปวช. ปี 2 ตอนนั้นเรียนโยธา อยู่หอรวมกับรุ่นพี่ป.ตรีที่เรียนสายคอม เลยได้เล่นคอมอย่างจริงจังก็ช่วงนี้ รู้ตัวอีกทีก็หยุดไม่ได้แล้ว ตอนนั้นอินเตอร์เน็ตบูมแรกๆ เริ่มเปลี่ยนยุคเข้าสู่ browser ใหม่ๆ เห็นคนมีเว็บไซต์ส่วนตัวแล้วอยากมีมั้ง ให้เขียน static HTML ธรรมดาๆ มันไม่เท่ อยากให้มันขยับได้มีลูกเล่นเยอะๆ ตอนนั้นมีอะไรให้เลือกไม่มาก flash ยังใหม่มาก java โคตรอืด ทางเลือกที่ดีที่สุดเป็น JavaScript เป็นภาษโปรแกรมมิ่งแรกๆ ที่เขียนเป็น จำได้ว่าไปยืนอ่านในร้านงงเป็นไก่ตาแตก มันช่างต่างกับ HTML ที่เป็นแค่ markup language อย่างสิ้นเชิง กว่าจะจับทางได้เล่นเอาเบลอไปหลายอาทิตย์
เชื่อว่าหนังสือ JavaScript แทบทุกเล่มต้องเกริ่นว่าถ้ารู้ Java หรือ C/C++ จะช่วยทำให้เข้าใจภาษานี้ง่ายขึ้น เลยทำให้หันไปอ่าน Java กับ C อ่าน Java ไม่รู้เรื่องครับ งงหนักกว่าเดิม หันไปอ่าน C ค่อยยังชั่วหน่อย พักหลังยืมหนังสือในห้องสมุดมาอ่านที่หอ อ่านไปทีไรมาตายที่บท pointer ทุกที ตอนนั้นไม่เข้าใจ ไม่เห็นประโยชน์ มองไม่เห็นภาพอย่างแรง มาเข้าใจอีกทีก็ตอนเรียนวิชา C++/data Structure สมัยเรียนป.ตรีแล้ว
พื้นฐาน JavaScript และ C เบื้องต้นเป็นตัวการสำคัญที่ช่วยผมไว้มากในการเรียนวิชาโปรแกรมมิ่งตอนป.ตรี ผมเชื่อว่าไม่ใช่เนื้อหา ไม่ใช่ความรู้ ไม่ใช่ประสบการณ์ที่ทำให้ผมแตกต่าง ความรู้อันน้อยนิดอาจจะช่วยให้ผมได้เปรียบในการออกตัวก่อนคนอื่นครึ่งก้าวก็แค่นั้น แต่เป็นความมั่นใจในตัวเองต่างหาก ที่ทำให้ทุกย่างก้าวหลังจากนั้น เป็นไปอย่างก้าวกระโดด ...
ความมั่นใจมันไม่ได้อยู่ๆ ก็เกิดขึ้นมา อันที่จริงผมเดินก้าวขึ้นบันไดมาเรื่อยๆ โดยไม่ได้คิดอะไรด้วยซ้ำ มองโลกในแง่ดีว่าคนอื่นก็คงก้าวตามๆ กันมา ผมสามารถทำการบ้านที่อ.มอบหมายมาเสร็จได้อย่างไม่ยากเย็น แต่ผมต้องนึกแปลกใจก็ตอนผมเริ่มมองลงบันไดไปดูความเป็นไปของเพื่อนๆ ภาพที่เห็นกลายเป็นร่างของเพื่อนๆ ที่นอนตายอนาถ ห่างไปไม่กี่ก้าวจากจุดเริ่มต้นเท่านั้น ...
ระหว่างที่ช่วยเก็บศพเพื่อนๆ ขึ้นมาทีละคน ตอนนั้นเองผมถึงรู้ตัวว่าตัวเองมีความสามารถแฝงซ่อนอยู่... มันไม่ได้มากมายอะไร แต่ผมชอบ และอยากรักษาระดับนั้นเอาไว้ ใครจะไปรู้ ความมั่นใจเล็กๆ น้อยๆ ของเด็กคนหนึ่ง กลับกลายเป็นตัวจุดชนวนชั้นดี อันเป็นที่มาของตัวตนผมในวันนี้ ...
3. นิสัยส่วนตัวผมไม่ใช่คนเห็นแก่ตัว เป็นคนมีอุดมการณ์ ช่างฝัน ชอบช่วยเหลือเพื่อนฝูง ขี้สงสาร แต่ก็เกลียดความไม่พยายามดิ้นรน หงุดหงิดง่าย ตรงไปตรงมา รักความถูกต้อง ปากหมา ปากคอเราะร้าย แต่ก็น่ารัก (แหวะ) อารมณ์ปกติเป็นคนสนุกสนานเฮฮา ไร้สาระเป็นส่วนใหญ่ (สังเกตได้จากเนื้อหาใน space นี้)
4. มาจับ Java ก็เพราะเรียนวิชา OOP ตอนปี 3 กับ อ.ซึง หรือที่ใครๆ รู้จักในชื่อ อ. วีรศักดิ์ ซึงถาวร ผู้เขียนหนังสือจาวา 3 เล่ม ที่เค้าว่ากันว่าเป็นเล่มภาษาไทยที่ดีที่สุด ชื่อย่อ "ซึง" ไม่ใช่ชื่อเล่นอย่างเป็นทางการของแก แต่เป็นชื่อเรียกที่นักศึกษา comsci ธรรมศาสตร์ขนานนามให้ รุ่นพี่เรียกกันก็เรียกตามกันมา คงมาจากคำแรกในนามสกุลของแก (ใครรู้ที่ไปที่มาไปใส่ใน wikiPedia หน่อยดิ) เคยเผลอเรียก "อ.ซึง" ต่อหน้าแก แกคงไม่ชอบเท่าไหร่ ทำหน้ากลมๆ งอนๆ ใส่เลย -*-
ใครได้เรียนกับอ. คงรู้ซึ้งถึงความสามารถในการถ่ายทอดของแก การสอนที่เต็มไปด้วยพลัง ความสนุก ความลื่นไหล นิทานชั้นดีแต่หากผู้เล่าไม่สามารถถ่ายทอดจินตนาการสู่จินตนาการได้ เรื่องนั้นก็ไม่อาจสร้างความประทับใจให้กับผู้ฟัง... ผมมีอาการต่อต้านบ้างในตอนแรก แต่สุดท้าย ผมค่อยๆ โดนอ.ซึงล้างสมองจาก C++ ไปเป็น Java ทีละนิดๆ
ปัจจุบันอ. ซึงไม่ได้สอนที่ธรรมศาสตร์อีกแล้ว แกกลับไปสอนประจำที่ ม.รังสิตเหมือนเดิม การเมืองภายในภาคเป็นหนึ่งในตัวการสำคัญ ...
5. ผมโตมาจาก Narisa.com เริ่มจากเกือบ 0 เลยก็ว่าได้ เป็นที่สำคัญทำให้ผมเปิดหูเปิดตาเห็นโลกของจาวามากมาย เจอคนเก่งๆ เพียบ เริ่มรู้เทคนิกเทคโนโลยีใหม่ๆ ก็จากที่นี่ จำได้ว่าความรู้สึกตัวเองตอนนั้น หัวใจเต้นแรงมาก ตื่นเต้น กลัว สั่นสู้ทุกครั้งเวลาถูกเปิดโลกให้เห็นกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ความรู้สึก อยากรู้ อยากทำเป็น จินตนาการโลดแล่น พุ่งพล่านเต็มไปหมด ... นี่ผมเป็นเอามากขนาดมองมันเซ็กซี่ไปแล้วหรือนี่ ?!?
นาริสากำลังโตขึ้นอย่างช้าๆ แต่เรื่อยๆ ผมมีโครงการกับ community นักพัฒนาในหัวมากมาย อยากทำให้มันเต็ม stream มากกว่านี้ ... รอเรียนจบก่อนละกัน ได้ลุยกันเต็มที่แน่...
|
||||||||||||||||||
|
|